วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การดูแลรักษาเครื่องใช้ที่เป็นโลหะ


การเลือกและดูแลเครื่องใช้ที่ทำด้วยโลหะ
     ลหะมีคุณสมบัติแข็ง ขัดเงาขึ้นแวววาว นำความร้อนได้ดี ในสมัยโบราณมีการทำเครื่องมือเครื่องใช้โดยใช้เนื้อโลหะบริสุทธิ์ เช่น เงิน ทองคำ ทองแดง ต่อมามีการพัฒนาเป็นพวกโลหะผสม ซึ่งทำให้มีความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์ยิ่งขึ้น

 
การเก็บรักษา

เครื่องใช้ที่ทำด้วยเหล็ก เมื่อทำความสะอาดแล้วควรเก็บใส่ซอง ปลอก หรือเก็บไว้ในตู้ที่มิดชิด ไม่วางไว้ในที่ลมพัดผ่าน เพราะความชื้นจะทำให้เกิดสนิม การพิจารณาเลือกเฟอร์นิเจอร์โลหะ ควรจะพิจารณาดูว่าทำจากโลหะชนิดใด โดยดูโครงร่างว่าเฟอร์นิเจอร์ นั้นมีความแข็งแกร่ง คงทน และตั้งฉาก หรือไม่ตลอดจนการเชื่อมต่อรอยต่างๆ ทำอย่างประณีตและไม่มีสนิม
การดูแลรักษา เมื่อมีน้ำหรือของเหลวต่าง ๆ หกใส่ต้องรับเช็ดทันที สารละลายที่เป็นกรด หรือด่างเข้มข้นเป็นอันตรายต่อพื้นผิวเฟอร์นิเจอร์โลหะ  หากหยดหรือหกใช่ให้รีบซับออกหมั่นดูแล เช็ดถู ให้แห้งอยู่เสมอ

 

การดูแลรักษาเครื่องใช้ที่เป็นหนัง




เครื่องหนัง

        หลักสำคัญในการดูแลเครื่องหนังคือไม่ทำให้มันเลอะฝุ่น เปียกชื้น เปียกน้ำ หรือปล่อยให้มันแห้งกรอบจนเกินไป ซึ่งหากเราไม่ทำให้เครื่องหนังของเราตกอยู่ในสภาพที่กล่าวมา และแถมยังได้รับการทำความสะอาดและขัดถูโดยผลิตภัณฑ์รักษาเครื่องหนัง เพื่อรักษาสภาพของหนังบ้าง ก็จะทำให้เครื่องหนังยังคงสวยงาม แม้ว่าจะใช้งานมายาวนานแล้วก็ตาม ซึ่งหากเราเอาใจใส่กับมันแล้ว อายุการใช้งานของเครื่องหนังนั้นก้อจะอยู่กับเราอย่างยาวนาน




การทำความสะอาด > ควรหมั่นทำความสะอาดด้วยการปัดหรือเช็ดฝุ่นที่เกาะติดอยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์ออกอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะรองเท้า โดยใช้แปรงขัดรองเท้าโดยเฉพาะแล้วเช็ดด้วยผ้านุ่มๆ จะช่วยให้หนังไม่สกปรกและไม่ดูโทรม (ควรทำอาทิตย์ละครั้ง)
การปรับสภาพหนัง > ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องหนังโดยเฉพาะ ทาลงบนเครื่องหนังบางๆให้ทั่วๆทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด จะช่วยให้หนังชุ่มชื่นไม่แห้งกรอบ ทำให้หนังดูเงางามและสวยงาม (ควรทำเดือนละครั้ง)
การเก็บเครื่องหนังหลังจากที่ไม่ได้ใช้งานก้อเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าเก็บได้อย่างถูกต้องก้อจะรักษาสภาพของเครื่องหนังให้อยู่ในสภาพที่ดี เมื่อนำกลับมาใช้งานอีกครั้งก้อยังคงสภาพเงางามและสวยงามเหมือนเดิม เราควรจัดเก็บเครื่องหนังให้ดีโดยการทำความสะอาดให้เรียบร้อยและจัดเก็บในกล่องเดิมหรือแพ็คเกจเดิม เก็บไว้ในที่ที่ไม่ชื้น หรือในที่ที่มีอุณหภูมิร้อนจัด หรือเย็นจัดจนเกินไป

การดูรักษาเครื่องใช้ที่เป็นไม้


       ไม้ เป็นวัสดุธรรมชาติที่อยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์มาช้านาน เรานำไม้มาใช้ประโยชน์ในการปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะทำเป็นบ้านทั้งหลังหรือเป็นส่วนประกอบต่างๆในการตกแต่ง แต่ด้วยความเป็นธรรมชาติของไม้ ทำให้เราต้องดูแลรักษาเนื้อไม้เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานด้วย




เฟอร์นิเจอร์ไม้
การป้องกัน : การขัดเคลือบผิวจะช่วยปกป้องเนื้อไม้ไม่ให้สูญเสียหรือดูดซับความชื้นมากเกินไป การยืดหดก็จะลดน้อยลง แลคเกอร์ เคลือบผิวก็จะให้ความเงางาม แต่ถ้าไม่ชอบให้ดูเป็นฟิล์มเคลือบก็ใช้น้ำมันบำรุงรักษาผิว เช่น Teak Oil หรือ Oil Stain ที่เหมือนเป็นโลชั่นสำหรับไม้ แต่ต้องทาเป็นระยะๆ (ทุก 3 เดือน)
การดูแลรักษา : สำหรับเฟอร์นิเจอร์ใหม่ใช้ผ้านุ่มๆชุบน้ำผสมสบู่จางๆเช็ดก็เพียงพอ (อย่าใช้น้ำมาก เพราะจะทำให้ผิวเป็นรอยด่าง) แต่ก็มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ออกมาขายด้วย ทั้งแบบสเปรย์และแบบครีม ซึ่งใช้ง่าย มีกลิ่นหอม ทั้งยังบำรุงผิวไม้ไปพร้อมกับการทำความสะอาด แต่อย่าใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียหรือแอลกอฮอลล์กับไม้เด็ดขาด สำหรับเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษให้เช็ดด้วยผ้าแห้งหรือปัดฝุ่นจะดีกว่า โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงจุดวางที่มีแดดแรงๆ เพราะจะทำลายสีของไม้ หลังจากทำความสะอาดแล้วให้ลงน้ำมันบำรุงผิวอีกที

แยม


แยม

แยมเป็นอาหารหวานประเภทหนึ่งใช้ทานกับขนมปัง มีลักษณะคล้ายเยลลี่แต่ไม่จับตัวเป็นก้อน โดยมีวิธีการผลิตคือการนำของที่จะทำเป็นแยมมาต้มกับน้ำและน้ำตาล ด้วยอุณหภูมิราว 104°C เพื่อให้สารเคมีในตัวของผลไม้ทำปฏิกิริยากับน้ำตาล แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นก็จะได้แยมตามที่ต้องการ

 



การนำผลไม้มาทำ แยมก็เป็นวิธีที่ดีอีกวิธีหนึ่งในการถนอมอาหารและเพิ่มค่าให้กับผลิตผลทางการเกษตร ขั้นตอนในการทำก็ไม่ยุ่งยากโดยส่วนประกอบที่สำคัญในการทำแยมมีดังนี้
1.            ผลไม้ ผลไม้ที่นำมาทำแยม ควรเลือกผลสด ไม่เน่าเสีย ไม่เป็นเชื้อรา และควรล้างให้สะอาดก่อนนำมาผลิต
2.            น้ำตาล เป็นตัวให้ความหวานกับแยม โดยปริมาณ ความหวานในแยมไม่ควรเกิน 70 องศาบริกซ์ วัดโดยรีแฟคโตมิเตอร์
3.            กรด เป็นตัวช่วยให้แยมอยู่ตัว กรดที่ใช้เป็นกรด จากธรรมชาติ เช่น กรดซิตริกจากส้ม มะนาว กรดทาร์ทาริก จากองุ่น มะขาม หรือ กรดมาลิก จากแอปเปิ้ล
เพคติน เป็นสารสกัดจากผลไม้ เช่น เปลือกส้ม ส้มโอ เพคตินเป็นตัวช่วยให้เนื้อผลไม้กับน้ำตาลเกาะตัวกันดีขึ้น ผลไม้แต่ละชนิดมีเพคตินในตัวเองแล้ว ดังนั้นการ เติมเพคตินมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับผลไม้ที่นำมาทำแยม

 

ทุเรียนกวน


ทุเรียนกวน
ทุเรียนเป็นผลไม้ที่นิยมนำมากวน เพราะรสชาติหวาน มัน กลิ่นหอม เนื้อละเอียดเหนียว สีเหลืองสวย ไม่ดำคล้ำ เป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาก


อุปกรณ์และเครื่องมือ
ในการทำทุเรียนกวน ดังนี้
- ใช้กระทะเหล็ก กระทะทองเหลือง หรือกระทะสเตนเลส
- เตา ใช้เตาแก๊สหรือเตาถ่าน ควรตรึงหรือยึดเตาไม่ให้เคลื่อนที่
- ไม้พายเนื้อทุเรียนแก่จัด-สุก-งอมและสด 1 กิโลกรัมน้ำตาลทราย 1 ขีด
วิธีทำ
1. แกะเนื้อทุเรียนสุกออกจากเปลือกและเมล็ด
2. ใส่ในกระทะเหล็กหรือสเตนเลสใช้ไฟปานกลางกวนด้วยไม้พายจนเนื้อทุเรียนสุก
3. ใส่น้ำตาลทรายกวนต่อไปจนเริ่มเหนียว จับตัวเป็นก้อน ลดไฟให้อ่อน กวนต่อจนเหนียวเริ่มมัน จึงจะถือว่าใช้ได้
4. บรรจุเพื่อจำหน่ายต่อไป

มะม่วงแช่อิ่ม


มะม่วงแช่อิ่ม

      เป็นการถนอมอาหารโดยใช้น้ำตาลปริมาณมาก คือ นำอาหารมาแช่ในน้ำเชื่อม และเปลี่ยนเพิ่มความเข้มข้นจนถึงจุดอิ่มตัวแล้วนำมาทำแห้ง





ประโยชน์ของการแช่อิ่ม

1. ช่วยให้เก็บอาหารได้นาน
2. ช่วยให้ได้อาหารที่แตกต่างไปจากอาหารสด
3. ช่วยเพิ่มรายได้แก่ครอบครัว

วิธีทำ

1. ปอกเปลือกมะม่วง ล้างให้สะอาดหั่นมะม่วงเป็นชิ้น แช่ในน้ำเกลือ 1 วัน

2. แช่ในน้ำปูนใส 1 ชั่วโมง ล้างให้สะอาดและผึ่งให้สะเด็ดน้ำ

3. ผสมน้ำตาลทราย 5 ถ้วยตวง กับน้ำ 8 ถ้วยตวง ต้มให้เดือด วิธีทำ ขามแช่อิ่มอบแห้ง 4. แช่มะม่วงในน้ำเชื่อม 1 คืน แล้วทำการแช่อิ่มโดยการอุ่นน้ำเชื่อม และเติมน้ำตาลวันละ ½ ถ้วยตวง ติดต่อกัน 3 วัน จนมะม่วงใสและกรอบ ตากหรืออบให้แห้งและบรรจุในภาชนะที่สะอาด ปิดสนิท ปรุงรส

 

กระบองเพชร


กระบองเพชร

 เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อยู่ในทะเลทราย ต้นกระบองเพชรสามารถยืนต้นอยู่ได้ แม้อยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้งกันดาร โดยไม่ตาย เพราะนานๆ ครั้งหนึ่งจะมีฝนตกจำนวนมาก โดยต้นกระบองเพชรจะเก็บน้ำไว้ในลำต้นเป็นจำนวนมาก มันจะใช้น้ำตลอดระยะเวลาแห้งแล้งที่ยาวนาน และมันจะเปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำ ดังนั้นมันจึงสามารถอยู่ในทะเลทรายได้


         มีหลายชนิดที่อยู่ในทะเลทราย แต่บางชนิดอยู่ตามป่าธรรมดาหรือสภาพแวดล้อมทั่วไป กระบองเพชรส่วนใหญ่จะมีตามทะเลทรายมากกว่า ต้นกระบองเพชรที่ ขายทั่วไปที่จะเป็นแบบบอนไซหรือชนิดที่มีขนาดปกติ แบบทั่วไปที่มีขนาดปานกลางเท่ากับต้นจริง กระบองเพชรจะเปลี่ยนใบเป็นหนาม เพื่อลดการคายน้ำ เป็นไม้ประดับ       สรรพคุณทางสมุนไพรของกระบองเพชร สามารถใช้บรรเทาโรคบิดได้ สารสกัดกระบองเพชรช่วยลดอาการเมาค้าง

ลักษณะทั่วไป กระบองเพชรเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-12 ฟุต ลำต้นมีสีเขียวหรือเขียวคล้ำ มีขนหรือหนามรอบต้นหรือไม่มีก็ได้แล้วแต่ชนิดพันธุ์ ลักษณะต้นเป็นเหลี่ยมรูปทรงกระบอกรูปทรงกลม หรือแล้วแต่ชนิดพันธุ์ ใบคือส่วนของลำต้นที่ทำหน้าที่แทนใบ หรือบางชนิดก็มีใบแบนกลมหนาใหญ่ อาจมีดอกสีแดง สีเหลือง หรือสีขาว ลักษณะดอกและขนาดดอกขึ้นกับชนิดพันธุ์